07 April 2014

หลงทางหรือกำลังเรียนรู้?

หลงทางหรือกำลังเรียนรู้?



วันนี้ผมเห็นพี่ Jack Arunsawad แชร์ภาพหนึ่งที่ผมดูแล้ว... เอ้ย! มันใช่อ่ะ มันคล้ายแนวคิดผมมาก เลยอยากเอามาบอกเล่าต่อ

ถ้าย้อนไปนึกถึงความต้องการ และสิ่งที่โดนปลูกฝัง เรามักจะวิ่งหาความสำเร็จให้เร็วที่สุด

ถ้าเปรียบเทียบก็คล้ายกับคนเอาแต่เรียนๆๆๆ จบมาก็สมัครงานแล้วก็ทำๆๆๆ เพื่อหวังที่จะได้เลื่อนขั้น หาเงินเดือนสูงๆ หรือไม่ก็จบมารับช่วงกิจการที่บ้านต่อเลย

ดังนั้นหลายๆ คนเลยมีเป้าหมายในชีวิตชัดเจน แล้วพุ่งเข้าหาโดยไม่ให้เกิดช่องว่างในชีวิต เพราะคิดว่าการเรียนรู้สิ่งใหม่และการทดลองคือการ "หลงทาง" เลยไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้โลก

.. แต่สิ่งที่ผมคิดกลับต่างออกไป

ต้องเกริ่นก่อนว่า บ้านผมไม่มีใครทำงานประจำ ดังนั้นผมถูกสอนให้กล้าเผชิญกับความเสี่ยง รักในความสำเร็จ

ที่สำคัญผมถูกสอนว่า "ล้มตอนเด็ก ยังมีเวลาแก้ไข ยังมีคนช่วย แต่ถ้าล้มตอนแก่ แก้ไขยาก"

เมื่อตอนเรียนปี 4 เพื่อนๆ ร่อนใบสมัครงานกันมากมาย เพื่อหวังจะหางานให้ได้เร็วที่สุด แต่ผมไม่สมัครเลยสักที่

ผมกลับมาทำงานที่บ้านซึ่งเป็นแนวผลิตสินค้าความงาม เพื่อให้ตัวเองได้เรียนรู้และเปิดมุมมอง... ผ่านไปราวๆ 2 เดือน ผมก็รู้สึกว่าด้วยสถานะตอนนั้น ผมไม่ได้อะไรจากการทำงานที่บ้าน ผมเลยยื่นใบสมัครไปยังบริษัทแห่งหนึ่งในตำแหน่ง Web Developer และผมก็ได้ทำงานที่นั่น

ระหว่างที่ผมทำงานประจำ ผมรู้สึกว่าตัวเองเขียนโปรแกรมเก่งขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น และผมก็รู้สึกดีกับงานที่ทำ

จนกระทั่งวันหนึ่งผมไปเจอรุ่นพี่ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ เค้าชวนไปเดินเล่นนั่นนี่ตามประสา และพอพี่เค้าหยิบยกประเด็นแต่ละเรื่องขึ้นมาพูดคุย ปรากฎว่าผมไม่รู้อะไรเลย ...ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกแล้วว่า ผมอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้ ผมจะเป็นคนที่เก่งแต่ในออฟฟิศ แล้วโง่เมื่ออยู่บนโลกจริงๆ

พอครบปี ผมก็บอกหัวหน้าว่า "ขอลาออก" เพื่อกลับมาทำงานที่บ้านอีกครั้ง คราวนี้ผมพยายามทนเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบและไม่ถนัด ซึ่งผมต้องเข้าอบรมเรื่องสารเคมีที่ใช้ในเครื่องสำอาง, สัมมนากับหน่วยงานต่างๆ, ติดต่อกับเจ้าหน้าที่และพนักงาน ...ซึ่งมันทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก

ระหว่างนั้น ผมก็ไปรับจ๊อบทำงานเป็นเบื้องหลังรายการแบไต๋ไฮเทค ส่วนหนึ่งเพราะผมชื่นชอบพี่หนุ่ย และผมก็อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วย

ช่วงเวลาที่ทำงานกับที่บ้าน ผมก็เอาเวลามาคิดทำโปรเจคต่างๆ ขึ้นมามากมาย หรือแม้กระทั่งตั้งบริษัท ซึ่งสุดท้ายก็ไม่รอด เพราะประสบการณ์น้อยเกินไป โดนลูกค้ารายใหญ่โกง รวมทั้งตัวผมเองไม่มีความพร้อม ณ เวลานั้น

ตอนนั้นผมคิดว่าการทำเว็บเป็นอะไรที่น่าลอง ผมก็ทำเว็บ badazone และก็ประสบความสำเร็จเกินคาด ต่อมาก็ได้ลองทำอะไรไปเรื่อยๆ รวมทั้งทำเว็บดนตรีกับเพื่อน

เมื่อผ่านไปราวๆ 5 ปี ผมก็ตัดสินใจกลับเข้ามารับงานแนว IT อีกครั้ง ซึ่งผมไม่รับงานประจำ ถ้าคนไม่เข้าใจก็จะมองว่าผมขี้เกียจ แต่ที่จริงแล้วผมไม่ต้องการทิ้งเวลาทั้งหมดไปกับงานประจำ ผมต้องการเหลือเวลาไว้เรียนรู้โลก มองหาโอกาส หรือปล่อยให้สมองโล่งๆ เพื่อจะมีไอเดียใหม่ๆ

แต่ทั้งหมดที่พูดมามันคือการเรียนรู้ที่ยังไม่เห็นผลเป็นชิ้นเป็นอัน บางครั้งผมก็สับสนเพราะเพื่อนๆผมที่เอาดีกับงานประจำ บางคนก็เงินเดือนใกล้ๆ แสนแล้ว บางครั้งผมก็คิดว่าถ้าผมชัดเจนตั้งแต่แรก ผมก็มั่นใจว่าต้องไม่แพ้เพื่อนแน่ๆ ...แต่พอมาเห็นรูปนี้ เลยรู้สึกว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่เสียเวลาเรียนรู้โลกเพื่อหาความเหมาะสมให้กับตัวเอง

ผมไม่ได้เสียเวลาไปด้วยการหายใจทิ้ง แต่ผมได้เรียนรู้ ได้มุมมอง ได้ประสบการณ์

บางครั้งการเดินไปยังจุดหมาย ไม่จำเป็นต้องรีบวิ่งให้เร็วที่สุด เพราะการเดินดูสิ่งต่างๆ ระหว่างทาง มันอาจจะทำให้เราค้นพบอะไรบางอย่าง

Source: https://www.facebook.com/EntMagazine

Whatsapp Button works on Mobile Device only

Start typing and press Enter to search