15 May 2016

แนวคิดการทำงานแบบเน้นสร้างโอกาสมากกว่าเน้นเงิน

แนวคิดการทำงานแบบเน้นสร้างโอกาสมากกว่าเน้นเงิน



แนวทางการทำงานมีมากมายซึ่งผมก็คงไม่ตัดสินว่าแบบไหนผิดหรือถูก เพราะบางคนเป็นพนักงานบริษัทก็รวยอย่างสุขได้ และบางคนก็ออกมาลุยเองได้บันเทิงเหมือนกัน แต่ผมจะแนะนำอีกแนวทางคือการเน้นสร้างโอกาสด้วย 7 แนวคิด ที่ผมคิดเองทำเองและสรุปมาให้

ด้วยแนวคิดและทิศทางแบบนี้ทำให้ผมใช้เวลาราว 3 ปีในการเริ่มจาก "ติดลบ" กลายเป็นโอกาสบานตะไทและต่อยอดได้เยอะมาก

แบ่งเวลาว่างเพื่อสร้างโอกาส


จากประสบการณ์ผมเองและที่แนะนำคนอื่นๆ จนเติบโตได้แบบก้าวกระโดดคือเราต้องมีเวลาว่างครับ แต่การจะมีเวลาว่างนี้ต้องมีเงินเพียงพอสำหรับดำรงชีพแบบ "กันตาย" หรืออยู่ได้แบบไม่เดือดร้อน เพราะถ้าเรามีปัญหาทางการเงินจะตามมาด้วยความเครียด และถ้าเครียดเพราะเงินไม่พอก็ยิ่งทำให้เราคิดมากกว่าเดิม และกลับเข้าไปสู่วัฎจักรเดิมคือ "ทำงานหนักจนไม่มีเวลา"

ดังนั้นในเบื้องต้นก็ให้หางานอะไรก็ได้ที่กันตายไปก่อน เพื่อให้สมองเราสดใสพอจากนั้นอย่างพึ่งด่วนตัดสินใจอะไร แต่ให้ออกไปมองโลกเยอะๆ พบปะผู้คนให้มากที่สุดซึ่งจะทำให้เราเห็นมุมมองและโอกาสใหม่ๆ

ผลงานทุกอย่างต้องดีที่สุด


หลายคนทำงานแบบตามงบ แต่ผมอยากให้มองต่างออกไปครับ ผมไม่ได้มองว่ามันคือการขาดทุนหรือกำไรน้อย แต่ผมมองว่ามันคือ "เวทีแสดงผลงาน" หรืออาจมองได้ว่ามันคือ "งบในการประชาสัมพันธ์" แทนที่เราจะต้องเอาเวลามาทำตัวเป็นศิลปินไส้แห้งที่ทำงานดีๆ แต่ไม่มีเงินใช้ ก็กลายเป็นว่ามีลูกค้าจริง มีเงินจริง และงานดีเกินค่าจ้าง สิ่งที่ตามมาก็คือ "การบอกต่อ" หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือ "แฟ้มผลงาน" เพื่อใช้อ้างอิงต่อไป

ดังนั้นงานชิ้นแรกๆ ในการก้าวเดินสายงานใหม่ ผมจะเรียกเงินแค่กันตาย ไม่ให้เข้าเนื้อเพื่อเรียนรู้ธุรกิจนั้นๆ พร้อมกับได้สร้างโอกาสใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ  และพอเราคิดเงินลูกค้ารายแรกในธุรกิจใหม่ด้วยราคาน่ารัก ก็จะทำให้เค้าอยู่กับเรานาน นั่นก็คือเงินกันตายอีกก้อน

และเมื่อเรามีประสบการณ์จากธุรกิจนั้นมากพอ พร้อมกับมีผลงานอ้างอิง เราก็สามารถไปหาลูกค้ารายใหม่ๆ พร้อมกับแฟ้มผลงานเจ๋งๆ ที่จะทำให้เราเรียกเงินได้สูงขึ้นด้วย

อย่างเกี่ยงเงินน้อย


อย่างที่บอกไปแล้วว่าเราเน้นการสร้างโอกาส ฉะนั้นไม่ต้องสนว่างานใหม่ๆ จะเงินเยอะแค่ไหน เนื่องจากเรามีงานหลักกันตายอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องการคืองานแนวอื่น

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าทำงานแนวมือถือที่เราชำนาญแล้วก็สามารถเรียกเงินได้เยอะ แต่เมื่อกระโดดไปธุรกิจใหม่เช่นดนตรี เราก็คือหน้าใหม่ในวงการนั้น ดังนั้นการเรียกเงินน้อยก็สมเหตุสมผล

การเรียกเงินน้อยยังช่วยลดความคาดหวังจากลูกค้า นั้นหมายถึงเรากดดันน้อยลง และเราก็สามารถเรียนรู้จากลูกค้าได้ในตัว ซึ่งเป็นการเปิดโลกใหม่ให้ตัวเอง ...และบางครั้งผลตอบแทนก็อาจไม่ได้อยู่ในรูปของ "เงิน" แต่เป็นรูปของประสบการณ์และโอกาสต่างๆ

ทำงานหลายชิ้นพร้อมกัน


ถ้าเป็นสายฟรีแลนซ์แท้ๆ อาจดูเสี่ยงเกินไป ผมถึงแนะนำว่าให้มีงานหลักกันตาย แต่นอกจากงานหลักกันตายก็ควรจะหางานให้หลายหลากที่สุด อย่างน้อยในเวลาเดียวกันควรมีงาน 3-4 ชิ้น ไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจลักษณะเดียวกันหรือต่างกันก็ได้ทั้งนั้น

ที่ผมแนะนำให้ทำหลายชิ้นเพราะมันจะทำให้เราเห็นโอกาสเยอะ ซึ่งแน่นอนว่างานบางแนวอาจไม่เหมาะกับเราในเวลานั้น แต่เราก็ควรเปิดรับไว้ก่อนและปักธงให้รู้ว่าเรามีเส้นทางด้านนี้เพียงแต่วันนี้ยังไม่พร้อม

รู้จักเลือกงาน


หลังจากที่เราทำงานหลายชิ้น เปิดโอกาสให้เข้ามาเยอะๆ พอถึงจุดหนึ่งงานมันจะล้นมือครับ และวันนั้นก็ถึงเวลาที่เราจะต้องคัดกรองงานที่ "เหมาะกับเราน้อยสุด" ออกไปก่อน เพื่อให้เราโฟกัสงานได้

แต่พอเราทำแบบนี้ไประยะหนึ่ง จำนวนงานก็จะลดลงแต่เติบโตขึ้นด้วยประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมที่สูงไปอีกขั้น ทีนี้เราก็ออกล่างานหลายๆ ชิ้นอีกรอบ ทำแบบนี้ซ้ำไปมาและตำแหน่งที่เราอยู่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ครับ

ทีมงานเป็นเรื่องสำคัญ


ในช่วงแรก ถ้าเราเจอทีมที่ดีก็เป็นเรื่องโชคดีมากแต่ปรกติมักไม่เป็นเช่นนั้น ดังนั้นช่วงแรกเราต้องลุยคนเดียวก่อนเพื่อความคล่องตัว แต่เมื่อทำไปสักพักงานก็จะเริ่มเยอะและขอบเขตงานก็จะเริ่มใหญ่ขึ้น ทีนี้เราก็ต้องหาทีมงานมาช่วย

คำถามคือจะหาทีมจากไหน? ...จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่ายครับ

เพราะในความเป็นจริงทุกคนอยากได้เงิน ดังนั้นถ้าเราสามารถขายงานได้และมีจำนวนเงินมาเสนอให้ เราก็หาคนมาเติมเต็มได้ไม่ยาก แต่ที่ยากก็คือทีมงานที่เข้าขากับเราได้นี่ล่ะ

ทำแบบเดิมก็ได้แบบเดิม


การที่ผมบอกให้หางานหลายๆ แนวหรือสร้างโอกาสต่างๆ เพราะถ้าเรายืนที่เดิม ทำตัวแบบเดิมก็ได้ผลลัพธ์แบบเดิม แต่ผมอยากได้เงินที่มากขึ้นอย่างมีความสุข โดยเหนื่อยให้น้อยที่สุด ดังนั้นก็ต้องมาดูกันว่าอันไหนที่ดีอยู่แล้วก็รักษาไว้ อันไหนที่ไม่ดีก็ทิ้งมันไป



... ทั้ง 7 ข้อนี้อาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แต่มันคือวิธีที่ทำให้ผมพลิกสถานการณ์จากที่แย่สุดๆ ให้กลับมาอยู่ในแนวทางได้เร็วกว่าที่คิด และสิ่งสุดท้ายที่จะบอกก็คือ... มองให้รอบด้าน ทุกสิ่งมีข้อดีและข้อเสีย เลือกใช้ให้ถูกครับ

แถมท้ายสำหรับคนที่บอกว่าไม่ค่อยมีเวลาเลย แต่ก็อยากสร้างโอกาส... ง่ายๆ ครับ "อย่าเลือกเยอะ" ใครชวนไปไหนก็ไปแม้มันจะดูไม่น่าสนใจ หรือไม่ก็ลองหยิบหนังสือที่ไม่ถูกจริตเรา...  เพราะที่ผ่านมาเราก็เลือกแต่สิ่งที่เราสนใจและมันก็ไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้เราอีกแล้ว ดังนั้นเราต้องลองในสิ่งที่ไม่เคยทำครับ และก็ค่อยมาพิจารณาว่ามันเหมาะกับเราไหม

Whatsapp Button works on Mobile Device only

Start typing and press Enter to search