15 November 2017

Orimag P6 โปรเจคเตอร์ขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ รองรับการเชื่อมต่อหลากหลาย

Orimag P6 โปรเจคเตอร์ขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ รองรับการเชื่อมต่อหลากหลาย


โปรเจคเตอร์ที่มีขนาดเล็กพอจะพกพาติดตัวทุกวันและมีการเชื่อมต่อที่ง่าย เป็นอะไรที่ผมอยากได้มานาน อันที่จริงแล้วก่อนจะได้ Orimag P6 มาไว้ในครอบครอง ผมก็เคยสนใจรุ่นนึงของ Sony ที่มีขนาดพกพาและจัดว่าคุณภาพดี แต่ด้วยค่าตัวเกือบ 20,000 บาทนั่นก็คงไม่ไหว ต่างจาก Orimag P6 ที่ราคาราวๆ 7,000 บาทเท่านั้น

Highlight

โปรเจคเตอร์ขนาดพกพาที่เล็กกว่าฝ่ามือ รองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Windows, Android และสินค้าของ Apple ผ่านทาง MiraCast, AirPlay และ OTG รวมถึงรองรับการเล่นไฟล์จาก microSD ด้วย ยกเว้น HDMI ที่ไม่มีมาให้ ส่วนความคมชัดและความสว่างอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับสินค้าในลักษณะนี้ และเท่าที่ดูยังไม่เห็นขายในไทยแบบที่พร้อมส่ง มีแต่ Pre-Order เลยสั่งซื้อจากเว็บต่างชาติแทน



นี่คือโฉมหน้าโปรเจคเตอร์ขนาดพกพาของ Sony ผู้ที่จุดประกายกิเลสในตัวข้าพเจ้าให้ลุกโชน เนื่องจากบ่อยครั้งที่ผมต้องทำการ Present ขายงาน การดูบนจอมือถือหรือ iPad Pro มันก็เล็กเกินไป จะให้พกทีวีก็คงลำบาก ดังนั้นการค้นหาโปรเจคเตอร์ตัวเล็กก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

ผมเริ่มต้นด้วยการเข้าไปค้นหาตาม e-commerce ต่างๆ และพบว่าของแนวนี้ไม่มีในไทย ถึงมีก็เป็นการ Pre-Order และรอจัดส่งจากต่างประเทศ เลยระเห็ดออกไปหาที่เว็บต่างชาติจนไปเจอที่ GearBest อยู่หลายรุ่น แต่มาสะดุดกับ Orimag P6 เพราะขนาดและหน้าตาที่ดูแล้วค่อนข้างถูกจริต เนื่องจากมันเล็กกว่าฝ่ามือด้วยซ้ำ



เรื่องของราคาต้องบอกว่ามันขึ้นๆ ลงๆ ตามโปรโมชั่นและอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน แต่มันจะอยู่ราวๆ 7,000 บาทนี่ล่ะ และถ้าอิงตามสเป็กหน้าเว็บก็จะมีข้อมูลตามนี้
  • Material: Aluminum
  • Native Resolution: 640 x 480 (Support 1080P)
  • Brightness: 80 Ansi Lumens
  • Projection Distance: 0.3 - 3.5M
  • Image Size: 50 - 120 inch
  • Image Scale: 4:3
  • Aspect Ratio: 1.2:1
  • Lamp Life: 20000 hours
  • Function: Speaker,WiFi
แต่สารภาพว่าผมไม่ค่อยยึดถือตัวสเป็กเท่าไร โดยเฉพาะสินค้าที่ผมไม่คุ้นชื่อแบบนี้ เลยรอวัดผลจากการใช้งานจริงดีกว่า


หน้าตาแพ็กเกจไม่ได้ดูแพงอะไรแต่พอแกะออกมานี่อาวุธครบมือ มีทั้งสาย microUSB, OTG, สาย OTG แบบแยกหัวให้ใช้งานพร้อมกับชาร์จได้, Adapter, Mounting สำหรับต่อขาตั้ง, ขาตั้ง และซองผ้า ส่วนขนาดก็เล็กและวัสดุงานประกอบค่อนข้างดี



รอบตัวเครื่องนอกจากส่วนของการฉายภาพก็มีปุ่มปรับโฟกัส, ช่องใส่ microSD, ช่องระบายความร้อน, ลำโพง, microUSB, ช่องเสียบหูฟัง และปุ่มสำหรับจิ้มรีเซ็ตเครื่อง



การควบคุมเป็นระบบสัมผัสยกเว้นปุ่ม Power ที่เป็นปุ่มกดจริงๆ สำหรับสั่งงานเปิดและปิดเครื่อง และปุ่มควบคุมแบบสัมผัสก็ไม่ซับซ้อนอะไร มีเพียงปุ่มควบคุมทิศทาง, ปุ่มตกลง และย้อนกลับ ที่เป็นแบบนี้เพราะไส้ในเบื้องหลังจริงๆ มันคือ Android นั่นเอง



เมื่อเปิดใช้งานก็จะพบหน้าตาอันคุ้นเคยไม่ต่างจาก Android Box ทั่วไป โดยมีหมวดหมู่การควบคุมดังนี้
  • การเชื่อมต่อ Android และ Windows ผ่านระบบ MiraCast
  • การเชื่อมต่อสินค้าของ Apple แบบ AirPlay
  • การเชื่อมต่อผ่านสาย OTG
  • Media Player สำหรับเล่นไฟล์จาก microSD
  • DLNA สำหรับเล่นไฟล์จากอุปกรณ์อื่นๆ ในบ้าน
  • การตั้งค่า Settings


ผมไม่คาดหวังว่าอุปกรณ์ลักษณะนี้จะมีการอัพเดทให้ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะหลังจากลองกด Online Update มันก็ไม่มีข้อมูลใดๆ แต่ความดีงามก็คือมันรองรับ WiFi ทั้ง 2.4G และ 5G ด้วย ซึ่งข้อดีก็คือการใช้แบบ 5G มันมีความเร็วที่สูงกว่า และลดโอกาสที่สัญญาณจะชนกับบ้านใกล้เรือนเคียงด้วย



การเชื่อมต่อแบบ MiraCast ก็รองรับกับมือถือ Android ส่วนใหญ่และ Windows 10 แทบทุกรุ่น ถ้าเป็น Android ก็อาจมีวิธีเชื่อมต่อต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าเป็นของแบรนด์ไหน



ผมลองทดลองกับ vivo V7+ ก็ไม่มีปัญหาอย่างใด และแน่นอนว่ามันเป็นการใช้งานแบบ Mirror Mode แบบที่เปิดอะไรบนมือถือก็จะเห็นสิ่งเดียวกันบนโปรเจคเตอร์



ในการเชื่อมต่อแบบ AirPlay กับ iPhone 7 Plus ที่ผมใช้อยู่ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ด้วยการเลือกเชื่อมต่อ WiFi เข้ากับเจ้า Orimag P6 ก็พร้อมใช้งาน และก็แน่นอนว่ามันก็เป็นการทำ Mirror เช่นเดียวกับโหมด MiraCast



การเชื่อมต่อผ่านสาย OTG อันนี้น่าสนใจ เพราะดูเหมือนเค้าเน้นใช้งานร่วมกับ iOS มากกว่า Android เนื่องจากช่วงปี 2016 เป็นต้นมา ทาง Android ได้ตัดการเชื่อมต่อผ่านสายเกือบทุกรุ่น และผลการทดสอบร่วมกับ iPhone 7 Plus ก็ใช้งานได้ปรกติ ซึ่งเบื้องหลังการงานก็คือเจ้า Orimag P6 มันเป็นการจำลองตัวเองเป็น PC เครื่องหนึ่งนั่นเอง เมื่อทำการเชื่อมต่อกับ iOS ก็จะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมาว่าจะ Trust อุปกรณ์ชิ้นนี้หรือไม่ ...ซึ่งเราก็ต้อง Trust เพื่อให้ใช้งานได้



ทีนี้มาลองใช้งานจริงกันบ้าง ...ผมช่วงเวลากลางวัน ในห้องที่มีหน้าต่างซึ่งก็สว่างพอที่จะใช้ชีวิตประจำวันแต่ก็ไม่ถึงกับสว่างจ้า ในระยะห่างประมาณ 1.50 เมตร ผลก็คือมองเห็นภาพได้ปรกติแต่ถือว่าไม่คมชัดมากนัก (ผมเลือกโฟกัสที่ตัว Orimag P6 ภาพที่ฉายเลยดูเบลอ สังเกตจากวัตถุอื่นๆ ในภาพก็ได้ครับ)



สลับมาอีกมุมที่แสงน้อยลงมาหน่อยก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และเพียงพอกับการใช้งานทั่วไป



ถ้ามืดกว่านั้นก็ยิ่งชัดมากขึ้นไปอีก และเท่าที่ลองทดสอบด้านความคมชัดพบว่าโดยรวมอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ ยกเว้นการเปิดอ่านเว็บที่มี Text เล็กมากๆ ก็จะให้ภาพที่ไม่ดีเท่าไร


และด้วยความอยากรู้ผมเลยทดสอบตอนกลางคืนอีกครั้ง ด้วยการถอยไปที่ระยะประมาณ 4 เมตร ภาพที่ฉายออกไปมีขนาดใหญ่กว่าเตียงผมอีก -_- ถ้าลองวัดคร่าวๆ ก็จะได้ขนาดภาพประมาณ 3*2 ตารางเมตร กับระดับความคมชัดที่ผมค่อนข้างพอใจ (ที่ขอบๆ มันเบลอคือมือผมสั่นตอนถือกล้องถ่ายในที่แสงน้อย)



ด้านการใช้งานส่วนอื่นๆ ผมไม่แน่ใจว่าแบตเตอรี่ในตัวมันอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะมันเสียบชาร์จระหว่างใช้งานได้ เสียงจากลำโพงในตัวก็ดังเพียงพอสำหรับการใช้งานในห้องเงียบๆ แต่ถ้าจะให้ดังจริงจังคงต้องต่อลำโพงข้างนอกอีกที ส่วนความร้อนก็ต้องมีตามปรกติของการฉายภาพ ซึ่งมันก็พอๆ กับความร้อนจากมือถือสมัยนี้ ไม่ถึงกับร้อนจี๋จนลวกมือ ส่วนพัดลมระบายความร้อนก็ไม่ดังจนรบกวน เว้นแต่จะเอาหูไปอยู่ใกล้ๆ



โดยรวมมันอาจจะดูแพงเมื่อเทียบกับโปรเจคเตอร์ทั่วไป แต่ผมถือว่ามันถูกเมื่อเทียบกับโปรเจคเตอร์ขนาดพกพาและรองรับการเชื่อมต่อที่ครบครันแบบนี้ ถ้าจะขาดก็คงเป็นช่องเชื่อมต่อ HDMI นั่นล่ะ ถ้าสนใจก็ตามไปซื้อได้ที่เว็บ Orimag P6 บนเว็บ GearBest ได้ คูปองลดราคา THBK10 (ระยะเวลาและจำนวนจำกัด)


Whatsapp Button works on Mobile Device only

Start typing and press Enter to search