05 January 2018

รีวิว Insta360 One กล้อง 360 ที่ครบเครื่องที่สุดในเวลานี้

รีวิว Insta360 One กล้อง 360 ที่ครบเครื่องที่สุดในเวลานี้


จะเรียกว่าผมเสพติดกล้อง 360 องศาก็ว่าได้ เนื่องจาก Insta360 One คือกล้อง 360 องศาตัวที่สามของผมแล้ว โดยตัวแรกคือ Insta360 nano ต่อด้วย Insta360 Air ซึ่งเป็นรุ่นที่รองรับ iOS และ Android ตามลำดับ แต่สาเหตุที่ผมต้องหา Insta360 One มาใช้ก็เพราะมันคือรุ่นที่ดีที่สุดในช่วงเวลานี้

Highlight

กล้อง 360 องศาที่ครบเครื่องที่สุดในเวลานี้ด้วยราคาเปิดตัว 11,990 บาท สามารถถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ รองรับรีโมทบลูทูธ ใช้ทำไลฟ์บน Facebook และ YouTube ได้ ตัดต่อได้ในตัว
ถ้าเทียบรุ่นเก่าระหว่าง Insta360 nano ที่ออกแบบมาสำหรับ iOS กับ Insta360 Air ที่เกิดมาเพื่อ Android มีจุดต่างอย่างเดียวคือรุ่น nano สามารถใช้งานแบบ Stand Alone ได้ ทำให้หยิบใช้งานได้สะดวกกว่าไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพนิ่งหรือคลิปก็ตาม แต่ข้อจำกัดของเทคโนโลยีภายใต้ราคา ณ เวลานั้น ทำให้ภาพที่ได้ยังไม่คมเท่าที่ควร รวมถึง UX ที่ยังไม่ดีเท่าไรเพราะไม่สามารถใช้งานร่วมกับเคสมือถือได้โดยตรง



Insta360 One ก็เปรียบเสมือนรุ่นที่แก้ไขปัญหาทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว โดยมีคุณภาพไฟล์ที่ดีขึ้นและมีระบบกันสั่นวีดีโออีก 6 แกน สามารถใช้งานร่วมกับเคสมือถือที่เปลือยท่อนล่าง รวมถึงการตัดต่อทุกอย่างจบได้ในแอพเดียว



แม้จะเป็น Insta360 แต่ไม่สามารถใช้แอพร่วมกับรุ่น nano ได้เนื่องจาก One มีคุณบัติเพิ่มเติมจากรุ่นเก่าเลยต้องโหลดแอพแยกต่างหาก ซึ่งจุดต่างหลักในแง่แอพก็คือ One รองรับ RAW สำหรับภาพนิ่งและ LOG สำหรับวีดีโอด้วย ซึ่งมันเป็นโหมดใช้งานจริงจังสำหรับคนที่ต้องการเอาไป Process ปรับแต่งต่อ และยังเพิ่มโหมด Bullet Time เข้ามาอีกด้วย ซึ่ง Bullet Time คือการที่กล้องหมุนแพนรอบตัวเรา แต่โหมดนี้ต้องใช้แรงเพิ่มนิดนึงเนื่องจากต้องเอาเชือกมาผูกตัวกล้องแล้วเหวี่ยงหมุนรอบตัวครับ


Bullet Time จัดว่าเท่ไม่น้อยแม้ว่าการใช้งานจะไม่ง่ายเท่าไร แต่ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับใครที่ต้องการมุมกล้องหล่อๆ แบบนี้ เพราะมันประหยัดกว่าการหาทำเลแล้วซื้อ Dolly มาหมุนรอบตัว แถมยัง Setup ง่ายกว่ากันเยอะเลย ถ่ายคนเดียวก็ได้ด้วย



โหมดการใช้งานมีสิ่งที่คนต้องการครบถ้วนคือ ภาพนิ่ง, วีดีโอ, ไลฟ์แบบ 360, ไลฟ์แบบ 2D ซึ่งการไลฟ์สามารถใช้งานร่วมกับ Facebook หรือ YouTube ได้ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถปรับ Filter รวมถึง Beauty Mode และยังมีสติ๊กเกอร์หลายรูปแบบให้เลือกใช้ได้อีก พร้อมกับสามารถแชร์หรือ Export ออกมาได้ทั้งแบบ 360, Tiny Planet หรือจะเป็น 2D ก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้มันยังรองรับ Bluetooth Remote จะเป็นรีโมทเซลฟี่ที่นิยมกันหรือจะใช้ iPhone ควบคุมสั่งถ่ายก็ได้เช่นกัน เมื่อใช้ร่วมกับไม้เซลฟี่แล้วมีข้อดีคือไม่มีรอยต่อบนมือเราเหมือนสมัยก่อนที่นิยมเอา Logo มาแปะทับบนมือเพื่ออำพรางรอยต่อของภาพ



แม้ว่ามันจะถ่ายได้หลายแบบ แต่ส่วนใหญ่มักใช้โหมด Tiny Planet กันมากกว่า เนื่องจากมันโพสง่ายและก็ดู Cool มากๆ และถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเนื้อไฟล์มีคุณภาพดีกว่ากล้อง 360 รุ่นก่อน จัดการกับรอยต่อระหว่างกล้องทั้งคู่ได้ดีขึ้น รายละเอียดต่างๆ ก็คมชัดขึ้นด้วย ในที่แสงน้อยก็พัฒนาขึ้นกว่าเดิม



แต่ทีเด็ดจริงๆ มันคือโหมดนี้ครับ Free Capture ตัดต่อหมุนกล้องเลือกเพลง จบทุกอย่างได้ในแอพเลย แถมยังมี SmartTrack เอาไว้หมุนแพนกล้องตามวัตถุที่เคลื่อนไหวได้อีกด้วย



ความจริงแล้ว Insta360 One ยังสามารถใส่ไอเดียประยุกต์ใช้ได้อีกหลายอย่าง ไว้เดี๋ยวจะทำคลิปมาแนะนำเทคนิคการใช้งานอีกครั้ง และถ้าสนใจสั่งซื้อก็เชิญได้ที่เพจ Insta360 Thailand ครับ


และสำหรับใครที่สงสัยว่า Android ใช้ได้รึเปล่า?... คำตอบคือได้นะครับแต่ต้องมีตัวแปลงครับ ราคาที่ต้นสังกัดเมืองนอกขายอยู่ที่ 29 USD หรือราวๆ 950 บาท



Whatsapp Button works on Mobile Device only

Start typing and press Enter to search