$type=grid$c=3$m=0$rm=0$cate=0$sn=0$tbg=rainbow$show=home

มาตรฐานชาร์จเร็วบนมือถือ ใครเร็วกว่า แบบไหนปลอดภัย อันไหนร้อน และปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม


ปัญหาและขีดจำกัดของมือถือยุคนี้คือแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจนเสียเวลาชาร์จนาน ทำให้เทคโนโลยีชาร์จเร็วกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการ ซึ่งมือถือแต่ละค่ายก็มีมาตรฐานชาร์จเร็วของตัวเอง พอทำของตัวเองก็เลยเริ่มเยอะ เริ่มสับสน ดังนั้นเราจะมาดูกันว่าการชาร์จเร็วมีแบบไหนบ้าง รวมถึงแนวทางการป้องกันแบตเตอรี่เสื่อมด้วย

Highlight

  • มีหลายแบรนด์ทำระบบชาร์จเร็วออกมาใช้ แต่ USB-PD คือมาตรฐานกลางที่ได้รับการรับรองโดย USB Implementers Forum เองเลย
  • ค่ายที่รองรับมาตรฐาน USB-PD ได้แก่ Qualcomm, Apple, MediaTek, Google, Apple
  • การทดสอบจาก Hometop สรุปว่า Huawei ชาร์จได้เร็วที่สุด และทุกค่ายจะร้อนในช่วงแรกที่ชาร์จก่อนจะลดความร้อนลงมา ในกรณีที่ชาร์จพร้อมกับใช้งานมือถือแต่ละค่ายจะมีระยะเวลาชาร์จใกล้เคียงกัน ยกเว้น Samsung ที่ชาร์จช้ากว่าค่ายอื่นราว 2 เท่าแต่ก็ร้อนน้อยกว่าเช่นกัน
  • การถนอมแบตเตอรี่เพื่อป้องกันแบตเสื่อม
    • ไม่ควรชาร์จพร้อมกับใช้งาน
    • ไม่ควรเสียบชาร์จข้ามคืน
    • ควรชาร์จในช่วง 60-80%
  • Qnovo เป็นเทคโนโลยีป้องกันแบตเตอรี่เสื่อม ซึ่งมีใน Sony และได้รับการยอมรับจนล่าสุด Intel และ Qualcomm Snapdragon ก็ร่วมวงด้วย

มาตรฐานชาร์จไวในปัจจุบัน

Huawei SuperCharge เป็นเทคโนโลยีชาร์จเร็วจาก Huawei เพื่อใช้กับมือถือของตัวเอง โดยใช้ Super Charge Protocal (SCP) ในการสื่อสารกับอแดปเตอร์โดยตรง ซึ่ง Huawei เคลมว่าปลอดภัยกว่า และสร้างความร้อนน้อยกว่า ล่าสุดได้จับมือกับสถาบัน TÜV Rheinland จากเยอรมันเพื่อมาตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยให้เทคโนโลยีนี้ด้วย
  • ชาร์จเร็วสูงสุด 5V, 4.5A 
  • ต้องใช้ร่วมกับหัวชาร์จและสายชาร์จที่รองรับ
สายชาร์จสำหรับ Huawei SuperCharge
Qualcomm Quick Charge เทคโนโลยีชาร์จเร็วจาก Qualcomm ที่ใช้เทคนิคปรับแรงดันไฟฟ้า ปัจจุบันมีมาถึงเวอร์ชั่นที่ 4 แล้ว แต่มือถือในตลาดส่วนใหญ่ยังเป็นเวอร์ชั่น 3
  • QC3.0 ปรับแรงดันไฟฟ้าตั้งแต่ 3.6V-20V
  • QC2.0 5V/1.6A, 9V/1.6A, 12V/1.2A
  • Backward Compatible รุ่นใหม่สามารถใช้งานร่วมกับรุ่นเก่าได้
  • ใช้หัวชาร์จที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ แต่ใช้สายชาร์จอะไรก็ได้

Motorola Turbo Charge เทคโนโลยีชาร์จเร็วสำหรับมือถือของ Motorola ที่พัฒนามาจาก Qualcomm Quick Charge 2.0
  • ใช้ร่วมกับ Qualcomm Quick Charge 2.0 ได้
  • ใช้หัวชาร์จที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ แต่ใช้สายชาร์จอะไรก็ได้

MediaTek Pump Express เทคโนโลยีชาร์จเร็วสำหรับมือถือที่ใช้ชิป MediaTek โดยปัจจุบันมาถึงรุ่นที่ 4 แต่ในท้องตลาดยังนิยมใช้ Pump Express+ 2.0
  • Pump Express 4.0 ใช้สาย USB-C ชาร์จได้สูงสุด 5A
  • Pump Express 3.0 ใช้เทคโนโลยี USB-PD
  • มือถือบางรุ่นสามารถใช้ร่วมกับที่ชาร์จ Qualcomm Quick Charge 2.0/3.0 ได้
  • ใช้หัวชาร์จที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ แต่ใช้สายชาร์จอะไรก็ได้

VOOC Flash Charge เทคโนโลยีชาร์จเร็วจาก Oppo ที่ใช้การปรับกระแสไฟ
  • ชาร์จเร็วสูงสุด 5V/4A
  • ต้องใช้ร่วมกับหัวชาร์จและสายชาร์จที่รองรับ

DASH Charge เทคโนโลยีชาร์จเร็วของ OnePlus ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ VOOC Flash Charge
  • ชาร์จเร็วสูงสุด 5V/4A
  • ใช้ร่วมกับ VOOC Flash Charge ได้
  • ต้องใช้ร่วมกับหัวชาร์จและสายชาร์จที่รองรับ

Samsung Adaptive Fast Charge เทคโนโลยีชาร์จเร็วของ Samsung โดยมีพื้นฐานจาก Qualcomm Quick Charge 2.0
  • ใช้ร่วมกับ Qualcomm Quick Charge ได้

Apple Fast Charge ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ USB-PD
  •  ใช้ร่วมกับ USB-PD ได้

มาตรฐาน USB-PD ที่ได้รับการยอมรับที่สุด

USB-Power Delivery หรือ USB-PD เป็นมาตรฐานการชาร์จไฟด้วย USB-C โดยมีความสามารถรองรับอุปกรณ์ได้หลากหลายตั้งแต่อุปกรณ์พกพายันอุปกรณ์ใหญ่ๆ อย่างแล็ปท็อปและหน้าจอ โดยที่ระบบจะปรับไฟให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นมาตรฐานฟรีต่างจากมาตรฐานอื่นๆ ที่ต้องเสียค่า license หมายถึงทุกคนสามารถนำมาใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ชาร์จเร็วสูงสุดถึง 100W แต่การใช้จริงอาจไม่ถึง 100W ขึ้นอยู่กับการปรับแต่งของผู้ผลิตแต่ละราย และประสิทธิภาพของหัวชาร์จ
  • ไม่จำกัดทิศทางการชาร์จไฟ หมายความว่าสามารถนำสมาร์ทโฟนเสียบชาร์จสมาร์ทโฟนอีกเครื่องผ่านเทคโนโลยี USB-PD ได้เลย
  • นอกจากจะชาร์จเร็วแล้ว ยังรองรับอุปกรณ์ที่ต้องการไฟน้อยๆ อย่างเช่นหูฟังอีกด้วย

ความเร็วในการชาร์จของมาตรฐานแต่ละแบบ 

ความเร็วในการชาร์จมือถือรุ่นต่างๆ ที่ทดสอบโดยเว็บ Hometop ได้ผลลัพธ์ดังนี้
  • Huawei Super Charge : Honor 10 : 3,400 mAh : 22.5W
  • Dash Charge : OnePlus 6 : 3,300 mAh : 20W
  • Samsung Adaptive Fast Charge : Samsung Galaxy S9+ : 3,500 mAh : 18W
  • Turbo Charge : Moto Z2 Force : 2,730 mAh : 15W
  • Qualcomm Quick Charge 3.0 : LG G7 ThinQ : 3,000 mAh : 18W
  • Pump Express 3.0 : Ulephone T1: 3,680 mAh : 18W
  • USB-PD : Google Pixel 2 XL : 3,520 mAh : 10.4W
  • Apple Fast Charge : iPhone X : 2,716 mAh : 29W
ผลทดสอบ
เวลาที่ใช้ในการชาร์จ 0-100% (ยิ่งน้อยยิ่งเร็ว)

ปริมาณไฟที่ชาร์จเข้าต่อนาที mAh/min (ยิ่งมากยิ่งเยอะ)
จากผลการทดสอบ ชัดเจนว่า Huawei SuperCharge และ Dash Charge ครองที่หนึ่งและที่สองทั้งในแง่ความเร็วและปริมาณการจ่ายไฟ ส่วนที่น่าสนใจคือเทคโนโลยี USB-PD ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิดและ Apple Fast Charge ที่ใช้เทคโนโลยี USB-PD เช่นกันกลับชาร์จช้ากว่าใครเพื่อน โดยเฉพาะ Apple ที่มีความจุแบตเตอรี่น้อยที่สุดและที่ชาร์จมีกำลังไฟเยอะที่สุดแต่กลับได้อันดับสุดท้าย

และถัดมาที่เราอยากให้ชมคือผลจากเว็บไซต์ XDA โดยทดสอบกับมือถือดังต่อไปนี้
  • Huawei SuperCharge : Huawei Mate 9 : 4,000 mAh
  • Dash Charge : OnePlus 3 : 3,000 mAh
  • Adaptive Fast Charge : Samsung Galaxy S8+ : 3,500 mAh
  • Qualcomm Quick Charge 3.0 : LG V20 : 3,200 mAh
  • USB-PD : Google Pixel XL : 3,450 mAh
 
เวลาที่ใช้ในการชาร์จ

เวลาในการชาร์จ (ปรับค่าเนื่องจากความต่างของความจุแบตเตอรี่แล้ว)
ด้านความเร็วในการชาร์จ ผลลัพธ์มีการพลิกโผนิดหน่อยตรง Qualcomm กับ Samsung นอกนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
อุณหภูมิระหว่างชาร์จ

นอกจากความเร็วในการชาร์จแล้ว ทาง XDA ยังมีการวัดอุณหภูมิในการชาร์จด้วย โดยใช้ข้อมูลอุณหภูมิแบตเตอรี่ที่ส่งมาจากระบบเลย เนื่องจากทาง XDA ไม่สามารถทำให้อุณหภูมิเครื่องตอนเริ่มต้นชาร์จเท่ากันทุกเครื่องได้ จึงมาพิจารณาที่อุณหภูมิที่เปลี่ยนไปแทน ซึ่งค่าที่ได้ก็ค่อนข้างน่าสนใจ 
  • Samsung Adaptive Fast Charge มีอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปน้อยที่สุด เมื่อดูกราฟความร้อนจะเห็นว่าอุณหภูมิค่อยๆ เพิ่มอย่างช้าๆ จนเกือบจะใกล้เต็มถึงเริ่มลดอุณหภูมิ เมื่อชาร์จเสร็จเครื่องจะร้อนกว่าตอนเริ่มชาร์จ
  • Qualcomm Quick Charge มีพฤติกรรมที่ใกล้เคียงกับของ Samsung (เพราะมีพื้นฐานเทคโนโลยีเหมือนกันด้วย)
  • USB-PD สังเกตว่าความต่างของอุณหภูมิระหว่างเริ่มชาร์จจนถึงอุณหภูมิสูงสุดนั้นมากกว่ามาตรฐานชาร์จอื่นๆ เลย (ประมาณ 10 องศาได้) หลังจากชาร์จไปประมาณ 25 นาทีความร้อนก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ช่วงประมาณนาทีที่ 40 อุณหภูมิเครื่องก็เริ่มร้อนน้อยกว่าตอนเริ่มชาร์จ
  • Dash Charge อุณหภูมิเพิ่มจนถึงจุดสูงสุดช่วง 30 นาทีแรก ก่อนที่อุณหภูมิจะลดลงจนเย็นกว่าตอนเริ่มชาร์จ
  • Huawei SuperCharge พฤติกรรมคล้ายๆ Dash Charge แต่อุณหภูมิลดลงน้อยกว่า Dash Charge
เวลาที่ใช้ในการชาร์จขณะใช้งานไปด้วย

เวลาที่ใช้ในการชาร์จขณะใช้งานไปด้วย (ปรับค่าเนื่องจากความต่างของความจุแบตเตอรี่แล้ว)
หลายคนเลือกที่จะชาร์จไฟระหว่างใช้งานมือถือไปด้วย ซึ่งทาง XDA เองก็ได้ทดสอบด้านนี้มาเช่นกัน และผลที่ได้มีที่น่าสนใจอยู่ 2 จุดคือ
  • USB-PD ใช้เวลาเท่าเดิมเป๊ะ
  • Dash Charge ใช้เวลามากกว่าเดิมแค่ 1 นาทีเท่านั้น
  • มาตรฐานอื่นๆ ใช้เวลาเพิ่มมาประมาณ 12 นาที
  • Samsung Adaptive Fast Charge ใช้เวลามากกว่าเดิมเกือบ 1 ชั่วโมง!
อุณหภูมิระหว่างชาร์จขณะใช้งานไปด้วย
เมื่อพิจารณาที่อุณหภูมิ จะเห็นว่าทุกยี่ห้อมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น โดยมี Samsung Adaptive Fast Charge ที่อุณหภูมิเปลี่ยนค่อนข้างน้อย

ความร้อนและปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม

อุณหภูมิเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อม การชาร์จที่ดีไม่ควรทำตอนเครื่องร้อน รวมถึงการชาร์จก็ไม่ควรสร้างความร้อนที่มากเกินไป เมื่อประกอบกับข้อมูลจากกราฟข้างต้นจึงบอกได้ว่าไม่ควรใช้งานระหว่างชาร์จ เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ให้เสื่อมช้าลง

และการใช้เทคโนโลยีชาร์จเร็วส่วนใหญ่มักจะเร่งความเร็วในการชาร์จเพียงช่วงแรกเท่านั้น เพื่อป้องกันความร้อนที่สูงเกินไป ซึ่งเป็นวิธีป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วเช่นกัน และทาง Apple ก็ใช้วิธีชาร์จแบตเตอรี่ถึงแค่ 90% ในกรณีที่เครื่องมีความร้อนสูง เพื่อป้องกันแบตเตอรี่เสื่อม อย่างไรก็ตาม หากไม่จำเป็นต้องการการชาร์จไฟที่รวดเร็วควรหลีกเลี่ยงการใช้ชาร์จเร็วเพื่อรักษาอายุของแบตเตอรี่

วิธีชาร์จแบตเตอรี่เพื่อลดโอกาสแบตเตอรี่เสื่อม

  1. อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% มีความเชื่อผิดๆ ว่าต้องใช้แบตให้หมดเกลี้ยงก่อนค่อยชาร์จไฟ ซึ่งเกิดมาจากแบตเตอรี่สมัยก่อนที่เป็น Lead Acid Cell ในยุคนั้นการชาร์จบ่อยๆ จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว แต่แบตเตอรี่ในยุคนี้เป็น Lithium ที่ออกแบบมาให้ชาร์จเมื่อไรก็ได้ แต่ห้ามปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0 เพราะจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อม
  2. อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่ต่ำกว่า 60% และควรชาร์จไฟในช่วง 30-80% เพราะการใช้งานในช่วงนี้จะทำให้แบตเตอรี่มีแรงดันไฟฟ้าอยู่ในช่วงที่เหมาะสมที่สุด เมื่อนำเงื่อนไขทั้งคู่มารวมกันก็สรุปได้ว่าเราควรชาร์จแบตเตอรี่ในช่วง 60-80%
  3. อย่าเสียบชาร์จข้ามคืน แม้ว่ามือถือยุคนี้จะมีระบบตัดไฟเมื่อชาร์จเต็ม แต่ในทางปฏิบัติแล้วเมื่อชาร์จเต็มและทำการหยุดจ่ายไฟ สักพักพอแบตเตอรี่ลดก็จะทำการชาร์จใหม่ วนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งเหตุผลที่ระบบไม่ชาร์จไฟให้เต็ม 100% ตลอดเวลา เพราะจะขัดกับข้อที่ 2. ที่เราบอกไว้ว่าควรชาร์จในช่วง 60-80% แต่ต้องย้ำว่านี่เป็นคนละเรื่องกับความเชื่อผิดๆ ที่ว่าการเสียบชาร์จค้างไว้ตลอดจะเกิดเหตุการณ์ Overcharge เพราะที่ชาร์จสมัยใหม่จะตัดไฟอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่เต็ม และเมื่อแบตเตอรี่ลดลง จะชาร์จด้วยกระแสไฟอ่อนๆ เท่านั้น
  4. ไม่ใช้งานโทรศัพท์ระหว่างชาร์จ เพราะการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างชาร์จ จะทำให้แบตเตอรี่ลดลงในขณะที่มีการชาร์จไฟเข้า อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ mini cycle คือแบตเตอรี่บางส่วนถูกใช้งานหนักกว่าส่วนอื่นๆ ทางที่ดีที่สุดควรปิดเครื่องแล้วชาร์จ (บางรุ่นจะเปิดเองเมื่อชาร์จด้วยเหตุผลด้าน Security เช่น เครื่องถูกขโมยแล้วนำไปชาร์จ จะได้โทรเข้าหรือติดตามพิกัดได้)
  5. รักษาอุณหภูมิในการใช้งานและชาร์จไฟให้อยู่ในช่วง 25 – 30 องศาเซลเซียส ซึ่งในจุดนี้เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับระบบชาร์จเร็ว ที่มักทำให้อุณหภูมิเพิ่มสูงกว่าปกติ

Qnovo เทคโนโลยีป้องกันแบตเตอรี่เสื่อม

ผู้ผลิตส่วนใหญ่เน้นพุ่งเป้าไปที่การทำอย่างไรเพื่อเพิ่มความเร็วในการชาร์จอย่างปลอดภัย แต่แทบไม่มีใครที่ให้ความสำคัญกับอายุของแบตเตอรี่เลย ยกเว้น Qnovo ที่เน้นการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีในการยืดอายุแบตเตอรี่ โดยสถิติแบตเตอรี่ที่เสื่อมเร็วที่สุดที่ Qnovo เคยเปิดเผยคือ Samsung Galaxy Note 4 ที่แบตเตอรี่เสื่อมด้วยอายุการใช้งานเพียงแค่ 10 เดือนเท่านั้น


หลังจากมีข้อมูลชุดนี้ออกมาช่วงปี 2016 ทำให้ทาง Sony ได้ร่วมมือกับ Qnovo ในการใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการจัดการระบบชาร์จไฟ พร้อมกับพัฒนาระบบ Sony Battery Care ที่ช่วยแก้ปัญหาการชาร์จข้ามคืนตามที่เกริ่นไว้ในหัวข้อก่อนหน้านี้ ด้วยการชาร์จค้างไว้ที่ 90% และจะชาร์จให้เต็ม 100% เมื่อเราตื่นนอน ส่งผลให้ในภาพรวมแล้วมือถือของ Sony มีแบตเตอรี่ที่เสื่อมช้ากว่าคู่แข่ง นอกจากนี้ Qnovo ยังสร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจจนทำให้ Qualcomm และ Intel หันมาสนใจ


โดย Qualcomm Snapdragon รุ่นใหม่อย่าง 835, 845, 660 ก็รองรับ Qnovo ด้วย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตมือถือแต่ละแบรนด์ว่าจะนำ Qnovo ไปใช้ด้วยหรือไม่


ที่มา : XDA 1, 2, Huawei, Motorola, MediaTek 1, 2, Android Authority 1, 2, Cnet, imediastore, USB, qnovo ,

COMMENTS

[Featured]_$type=sticky$count=4$cate=1$tbg=rainbow$hide=home

Name

1More,2,3krung,1,7-Eleven,1,Acer,9,ACG Network,1,Acoustic Research,1,addidas,1,Adobe,9,Adonit,1,AIS,7,altron,1,amazon,1,AMD,5,AMD Ryzen Threadripper,1,ANA,1,Ananda,1,Anime,1,AnTuTu,1,apc,1,App War,1,Apple,41,Aruba,3,ASRock,4,ASUS,30,Audio Technica,1,Avita Liber,1,B&O,2,Bangkok Airways,1,Bangkok bank,1,Belkin,4,Blackberry,1,blackmagic,1,Blancco,1,Blizzard,1,Blog,12,Blogspot,4,bluespice,2,BMW,1,BNK48,4,boonthavorn,1,Brother,11,bts,1,canon,1,cat,1,Cathay Pacific,1,Central,1,Cheetah Mobile,1,China Southern Airlines,1,CHOETECH,1,Christopher Robin,1,Cisco,1,Code Geass,1,com7,1,Condo,1,coocaa,1,Cooler Master,1,CORSAIR,7,Cozistyle,5,cp all,1,CSC,3,D-Link,2,DDproperty,2,deep silver,1,Dell,8,DENON,1,dentsu X,1,Development,5,DHL,2,Disney,1,DJI,3,DSI,1,dtac,6,DxOMark,1,Dyson,1,E-Sports,1,eisa,1,eLTE,1,Emirates,3,Entertainment,24,Epson,1,ericsson,2,Essential,1,EVA Air,1,facebook,5,Fanslink,1,FATBOY JUMP,1,Featured,34,fingerprint quick action,1,Fitbit,2,flavor of youth,1,Flixer,1,Fluid,1,foldio,2,Food,14,fortnite,1,FRONTIS,1,Fuji Xerox,2,Full Frame Mirrorless,1,G Master,1,Galaxy Note8,1,Galaxy S8+/S8,1,Galaxy S9/9+,1,Gameloft,2,garena,1,Garmin,1,Garuda Indonesia,1,GC,1,ghoul,1,Girl Don't Cry,1,Gmail,1,goGame,1,Google,44,gopro,2,Grab,2,Hainan Airlines,1,Hakone,2,Harman,5,Health,2,HMD,10,honor,18,hostmaker,1,Hotel Transylvania,1,hotels.com,1,HP,10,htc,3,Huawei,96,Huawei Global Safe City Summit,1,huya,1,HyperX,2,IFTTT,2,IKEA,1,imazing,1,iMi,2,Incase,1,inet,1,Innergie,2,Insta360,3,Instagram,1,Intel,7,iPhone 8,1,iPhone 8 Plus,1,iPhone X,1,irpc,1,Jabra,1,JBL,10,JD,4,Jimu,1,JOOX,2,Just Mobile,1,K bank,2,Kika,1,kingston,2,KOHLER,1,KTC,2,Lazada,6,leica,3,Lenovo,11,LG,15,Lifelog,13,Lifestyle,19,Line,7,Linksys,1,Living,12,Logitech,2,Lufthansa,1,Magento,1,mahajak,6,Major Cineplex,1,Mamma Mia,1,Manfrotto,1,Maniac,1,Marvel,1,Mastercard,3,McLaren,1,MediaTek,4,Meitu,1,meizu,2,Mi,16,Microsoft,12,mio,1,Mission Impossible,1,Mobvoi,3,Motorola,8,Move It,1,msi,3,mu space,2,Neolution,1,Netflix,6,News,525,Nexon,1,NFC,1,Ninebot,1,Nokia,26,NSquared,1,nubia,9,Nvidia,2,olloClip,2,One Cut of the Dead,1,one31,1,oneplus,13,OPPLE,1,OPPO,53,Orimag,1,Palm,2,Palo Alto Networks,1,panasonic,3,Pantip,1,Philips,2,Photopea,1,Pioneer,2,Plantronics,10,pocophone,3,Powerbuy,2,Predator,1,PRO TANLE,1,Projector,1,Promotion,115,pubg,4,Qatar Airways,1,Qi,1,Qing Tao,1,qualcomm,11,rabbit LINE Pay,1,Ragnarok,1,Rayole,1,Razer,3,realme,7,RED,1,Remax,2,Resort World Genting,1,Ricoh,3,RICOH Pro C7200x / C7210x,1,RICOH Pro T7210,1,ROG,5,rtb,3,Safe City Compact,1,Samsung,52,sandisk,2,SANDMARC,1,SANSIRI,1,SCB,5,Schneider,2,searching,1,Segway,1,senheiser,1,Sennheiser,1,sharp,1,Shopee,8,ShortPixel,1,Shure,5,sigma,2,Singapore Airlines,1,skilllane,1,Skytrax,1,Snapchat,1,Snoppa,2,Society,39,Sony,63,Sony Xperia XZ2,1,Spigen,1,Story,18,Superrich,1,Sushi Hiro,1,Sylania,1,synology,1,Taobao,1,TCELS,1,Tech,156,TechOffside,1,TESF,1,Thai Airways,1,The First Purge,1,The Purge,1,the VOID,1,ticwatch,3,TIGERNU,3,Toshiba,2,TP-LINK,1,Transcend,5,Travel,9,True,28,twitter,1,Uber,2,Ubisoft,1,UOB,1,Vinsic,1,vivo,25,VoLTE,1,Wacom,1,WD,4,western digital,4,Wiko,9,winamp,1,Wordpress,1,Xerox,1,Xiaomi,33,Xiaoyi,1,Yakult,1,yamaha,1,Yi,2,Yongnuo,1,Yoobao,3,YouTube,3,Zebra connect,1,Zeiss,1,Zhiyun,3,zmi,1,Zotac,1,Ztylus,2,กสทช,1,ปัญจพล พร็อพเพอร์ตี้,1,มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย,1,สีฟ้า,6,หนังผมไม่เล็กนะครับ,1,
ltr
item
BACIDEA: มาตรฐานชาร์จเร็วบนมือถือ ใครเร็วกว่า แบบไหนปลอดภัย อันไหนร้อน และปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม
มาตรฐานชาร์จเร็วบนมือถือ ใครเร็วกว่า แบบไหนปลอดภัย อันไหนร้อน และปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม
https://4.bp.blogspot.com/-JR7VzFblcbE/W0WbV21_DQI/AAAAAAABnEU/tgRxgTT4pdsblyddfIpaT6VUkYLAbR8OQCLcBGAs/s640/fast-chargers-1202-003.jpg
https://4.bp.blogspot.com/-JR7VzFblcbE/W0WbV21_DQI/AAAAAAABnEU/tgRxgTT4pdsblyddfIpaT6VUkYLAbR8OQCLcBGAs/s72-c/fast-chargers-1202-003.jpg
BACIDEA
https://www.bacidea.com/2018/07/blog-post.html
https://www.bacidea.com/
https://www.bacidea.com/
https://www.bacidea.com/2018/07/blog-post.html
true
7101991068115707229
UTF-8
โหลดเนื้อหาทั้งหมด ไม่พบข้อมูล ดูทั้งหมด อ่านต่อ ตอบ ยกเลิกการตอบ ลบ โดย Home PAGES POSTS ดูทั้งหมด เรื่องแนะนำ ARCHIVE SEARCH เนื้อหาทั้งหมด ไม่พบข้อมูลที่ต้องการ กลับหน้าหลัก Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow เนื้อหาส่วนนี้ต้องแชร์เพื่อแสดงข้อมูล ขั้นตอน 1: แชร์. 2:คลิกเพื่อปลดล็อก. คัดลอกทั้งหมด เลือกทั้งหมด ข้อความถูกคัดลอกแล้ว ไม่สามารถคัดลอกได้ ลองใช้วิธีกดปุ่ม CTRL+C หรือ CMD+C